enth
Home / การดำเนินงาน One Health ในประเทศไทย

การดำเนินงาน One Health ในประเทศไทย

การดำเนินงาน One Health ในประเทศไทย

เรียบเรียงโดยสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค

 การดำเนินงานด้าน One Health ในประเทศไทย เริ่มต้นในปี 2548 แนวคิดเรื่อง One health    ถูกถ่ายทอดลงสู่หลักสูตรการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในระบบของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีการรับสัตวแพทย์เข้าศึกษาในโครงการพัฒนานักระบาดวิทยาภาคสนาม (Field Epidemiology Training Program; FETP) ต่อมาในปี 2551 โครงการดังกล่าวได้ขยายออกสู่หน่วยงานภายนอกกระทรวง จนเกิดโครงการพัฒนานักระบาดวิทยาภาคสนามของสัตวแพทย์; FETP-V) นอกจากการพัฒนาบุคลากรในระบบ ยังมีการส่งเสริมการสร้างบัณฑิตให้มีสมรรถนะในการทำงานภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อการเฝ้าระวัง ควบคุม และตอบโต้โรคติดต่ออุบัติใหม่และโรคติดต่อระหว่างสัตว์และคนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเครือข่ายมหาวิทยาลัยสุขภาพหนึ่งเดียวแห่งประเทศไทย (Thailand One Health University Network; THOHUN) ซึ่งจัดตั้งอย่างเป็นทางการ ในปี 2555 เป็นระยะเวลาเดียวกับที่มีโครงการอบรมระยะสั้นด้านระบาดวิทยาและการสอบสวนโรคในพื้นที่แบบบูรณาการระหว่างภาคส่วน จนนำไปสู่การดำเนินโครงการจังหวัดสุขภาพหนึ่งเดียว ภายใต้แนวคิด One Health for Network, Network for Action ในปี 2556 ใน 5 จังหวัดนำร่อง ซึ่งต่อมาขยายผลเป็น 14 จังหวัด ควบคู่กับการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MoU)  ระหว่างหน่วยงานด้านสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และการศึกษา ในการสร้างความเข้มแข็งงานระบาดวิทยาด้านการเฝ้าระวังสอบสวนโรคอุบัติใหม่และโรคจากการประกอบอาชีพของเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว (พ.ศ. 2556-2560) และการพัฒนานักระบาดวิทยาภาคสนามของสัตวแพทย์ด้านสัตว์ป่า

แนวคิดเรื่อง One Health ยังถูกบรรจุลงในยุทธศาสตร์ของแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อม ป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ (พ.ศ. 2556-2559) ต่อมาในปี 2557 มีการจัดตั้งศูนย์ประสานงานเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียวอย่างเป็นทางการ ซึ่งการดำเนินงานของศูนย์ฯขับเคลื่อนโดยคณะทำงานศูนย์ประสานงานเครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว ภายใต้คณะอนุกรรมการพัฒนาระบบเฝ้าระวัง ป้องกัน รักษา และควบคุมโรคภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวของแผนยุทธศาสตร์เตรียมความพร้อมฯ ในระยะต่อมามีการจัดทำ MoU เรื่อง การดำเนินงานด้านสุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) เพื่อความมั่นคงทางสุขภาพของประเทศ ระดับปลัดกระทรวง ระหว่าง 8 องค์กร ได้แก่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน และสภากาชาดไทย ซึ่งลงนามเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2559 ณ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซนทรัลเวิล์ด ในงานประชุมรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เพื่อเป็นการต่อยอดและขยายความร่วมมือจาก MoU ฉบับเดิมให้ครอบคลุมหลายภาคส่วนและเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานมากยิ่งขึ้น ต่อมาได้มีการจัดทำแผนปฏิบัติการตาม MoU ดังกล่าวระหว่างปี พ.ศ.2560 – 2564 เพื่อขับเคลื่อนงานตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว ตั้งแต่ส่วนกลางจนถึงระดับภูมิภาค และระดับจังหวัด

การดำเนินงานตามแนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว ยังมีความสอดคล้องกับการดำเนินงานตามนโยบายประชารัฐ ยกตัวอย่างเช่น ที่ประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 6 เล็งเห็นความสำคัญในการร่วมมือกันระหว่างภาคส่วนตามแนวคิด One Health จึงขอให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างภาคส่วนต่างๆ และชุมชน นอกจากนั้น กระทรวงสาธารณสุขยังมีการจัดตั้งเครือข่ายรูปแบบสุขภาพหนึ่งเดียว หรือ One Health model นำร่องใน 10 จังหวัดเขตเศรษฐกิจพิเศษ การสร้างทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็วระดับตำบล หรือSurveillance and Rapid Response Team; SRRT นอกจากนั้น ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน ได้แก่ โครงการนำร่องการเฝ้าระวังและควบคุมโรคระบาดสัตว์ที่ติดต่อถึงคนหรือที่กระทบรายได้ชาวบ้าน โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล หรือ เรียกว่า “ผ่อดีดี” (Participatory One Health Disease Detection; PODD) ของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเกิดจากการร่วมมือเป็นเจ้าของระบบ และยึดถือประโยชน์ของชาวบ้านเป็นตัวตั้ง เป็นการส่งเสริมบทบาทของอาสาสมัครในชุมชนในการรายงานเหตุที่อาจเป็นปัจจัยการระบาดของโรคในชุมชน โครงการดังกล่าวจึงถือเป็นการแก้ปัญหาการระบาดของโรคได้อย่างดีโดยใช้การมีส่วนร่วมของชุมชน

ในระดับนานาชาติ

ในปี 2559 แนวคิดเรื่อง One Health ขยายเข้าสู่กรอบความร่วมมืออาเซียนสาธารณสุข ผ่านเครือข่ายฝึกอบรมระบาดวิทยากลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนบวกสาม (Field Epidemiology Training Network: FETN) ซึ่งเป็นกลไกความร่วมมือที่ผลักดันจากการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขในประเทศอาเซียน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ผ่านคณะผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่ออาเซียน (Expert Group on Communicable Diseases; AEGCD)

องค์กรระหว่างประเทศต่างให้ความสำคัญกับOne Health จึงให้การสนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรในการดำเนินงานด้าน One Health ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเงินทุนภายใต้โครงการ Emerging Pandemic Threats 2 – Preparedness and Response Project ขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (United States Agency for International Development; USAID) การสนับสนุนของมูลนิธิซีโอฮุน (South East Asia One Health University Foundation; SEAOHUN) และศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐอเมริกาด้านสาธารณสุข หรือ Thailand Ministry of Public Health – United States Centers for Diseases Control and Prevention Collaboration; TUC