enth
Home / ภารกิจ

ภารกิจ

ประกาศเจตจำนงสุขภาพหนึ่งเดียว ประเทศไทย พ.ศ.๒๕๕๔
วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔

เราผู้เข้าร่วมการประชุมเครือข่าย One Health Thailand ขอประกาศเจตจำนงร่วมกันเรื่องสุขภาพหนึ่งเดียว(One Health) ดังนี้

1) ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นของแนวคิด เรื่องสุขภาพหนึ่งเดียว(One Health)
ในการเตรียมความพร้อมและรับมือกับโรคติดต่ออุบัติใหม่

2)  เครือข่ายสุขภาพหนึ่งเดียว ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับสุขภาพคน สัตว์ สัตว์ป่า และระบบนิเวศ
ในประเทศไทย ทั้งภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จะร่วมมือกันเป็น “เครือข่าย
สุขภาพหนึ่งเดียว” ในการทำงานอย่างเป็นสุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อประโยชน์สาธารณะและ
สุขภาพที่ดีของทุกชีวิตในประเทศไทย

3) เครือข่ายจะร่วมมือกันในการพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย และแผนงานด้านสุขภาพหนึ่ง
เดียว(One Health) ทั้งระยะสั้นและระยะยาวในประเทศไทย

4) เครือข่ายจะร่วมมือกับองค์กรและเครือข่ายด้านสุขภาพหนึ่งเดียวในภูมิภาคและระดับโลก
และร่วมกันจัดหาทรัพยากรจากแหล่งต่างๆทั้งในและระหว่างประเทศเพื่อการทำงานร่วมกัน
ตามแผนงานอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมสูงสุด

กลยุทธ์

กลยุทธ์ที่ 1 เสริมสร้างความเข้มแข็งของการป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการมาตรการและแนวทางการดำเนินการ
1.1  ประเมินและกำหนดนโยบายในการลดความเสี่ยงของโรคติดต่อระหว่างสัตว์ และคนอย่างเป็นระบบด้วยความร่วมมือแบบ
พหุภาคี
1.2  ทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ให้เหมาะสม
1.3  ส่งเสริมการป้องกันควบคุมโรคในคน สัตว์ และสัตว์ป่า ที่บริเวณช่องทางเข้าออกประเทศ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข ตามแนวทางของกฎอนามัยระหว่างประเทศ (พ.ศ. 2548)
1.4  พัฒนางานด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ รวมทั้งด่านบริเวณชายแดน
1.5  พัฒนาศักยภาพบุคลากรในการป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ ตามช่องทางเข้าออกประเทศ และแนวชายแดน
1.6  ปลูกฝังจิตสำนึกการปฏิบัติงานตอบสนองแบบสหสาขา ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว ในการจัดการศึกษาระดับต่างๆ ของหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์สุขภาพ

กลยุทธ์ที่ 2 บูรณาการระบบเฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่ ระหว่างภาค คน สัตว์ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อมž มาตรการและแนวทางการดำเนินการ        2.1  จัดให้มีกลไกความร่วมมือระดับชาติ ในการเฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่แบบบูรณาการ  ระหว่างภาค คน สัตว์ สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม โดยเชื่อมโยงกับงานระบาดวิทยาภาคสนาม และระบาดวิทยาโมเลกุล เพื่อการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และต่างประเทศ
2.2  เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบติดตามการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ
2.3  ให้ความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับโรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่มีแนวโน้มจะเกิดการแพร่ระบาด แก่บุคลากรที่เกี่ยวข้องอย่างทั่วถึง
2.4  ทบทวนและซักซ้อมการแจ้งข่าวการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่างสม่ำเสมอ
2.5  ส่งเสริมประสิทธิภาพการเฝ้าระวังโรคติดต่ออุบัติใหม่ โดยใช้การวินิจฉัยและรายงานโรคตามกลุ่มอาการอย่างเหมาะสม
2.6  จัดให้มีระบบเฝ้าระวังโรคสำหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่สำคัญ และมีแนวโน้มที่จะระบาดในสัตว์ในพื้นที่เสี่ยง
2.7  จัดให้มีระบบเฝ้าระวังโรคเชิงรุกสำหรับโรคติดต่ออุบัติใหม่ ที่สำคัญและมีแนวโน้มที่จะระบาดในคน รวมถึงโรคในกลุ่มอาการที่สำคัญ เช่น สมองอักเสบ (encephalitis) เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (meningitis) และปอดอักเสบอย่างรุนแรง(severe pneumonia)
2.8  ประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในการรายงานการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ในสัตว์และคน
2.9  ส่งเสริมบทบาทของหน่วยงานในท้องถิ่น ประชาชนและอาสาสมัครในการเฝ้าระวังและรายงานโรคและกลุ่มอาการแสดงที่อาจบ่งถึงการระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ เช่น สัตว์ป่วย หรือตายผิดปกติ การขาดเรียนหรือขาดงานผิดปกติ
2.10 พัฒนาระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาทั้งในคนและสัตว์
2.11 จัดทำระบบมาตรฐานข้อมูลและนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆ มาใช้เพื่อการเฝ้าระวัง

กลยุทธ์ที่ 3  พัฒนาศักยภาพระบบเครือข่ายทางห้องปฏิบัติการž  มาตรการและแนวทางการดำเนินการ
3.1 พัฒนาศักยภาพห้องปฏิบัติการอ้างอิงระดับชาติ ให้มีมาตรฐานสากลด้านการประกันคุณภาพ และระบบชีวนิรภัยทางห้องปฏิบัติการ
3.2 สร้างห้องปฏิบัติการชีวนิรภัยที่มีมาตรฐานเพียงพอ เพื่อการตรวจหาเชื้อโรคติดต่อ   อุบัติใหม่
3.3 พัฒนาเครือข่ายห้องปฏิบัติทางสาธารณสุข เพื่อให้สามารถสนับสนุนงานด้านการเฝ้าระวังและควบคุมโรคในสภาวะที่มีการระบาดใหญ่
3.4 จัดหากำลังคนด้านห้องปฏิบัติการให้เพียงพอสำหรับการรับมือโรคติดต่ออุบัติใหม่ ทั้งสภาวะปกติ และในสภาวะที่มีการระบาดใหญ่
3.5 ฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการในการตรวจหาเชื้อโรคติดต่ออุบัติใหม่ และจัดการข้อมูลทางระบาดวิทยา
3.6 จัดทำแนวทางและมาตรฐานการปฏิบัติงานระดับชาติ สำหรับการตรวจทางห้องปฏิบัติการของโรคติดต่ออุบัติใหม่
3.7 พัฒนาระบบและแผนการจัดเก็บรวมทั้งการส่งต่อสิ่งส่งตรวจให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และมีการฝึกซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ
3.8 ให้องค์กรตามกฎหมายดำเนินการควบคุม ประเมินคุณภาพตามมาตรฐานสากลเพื่อให้การรับรองคุณภาพน้ำยา ชุดทดสอบที่ใช้ในงานบริการสำหรับการวินิจฉัยผู้ป่วยทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อเป็นการประกันคุณภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค
3.9 พัฒนาระบบรายงานผลเพื่อให้สามารถแจ้งผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการถึงผู้เกี่ยวข้องได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และทันเหตุการณ์
3.10 จัดตั้งศูนย์ข้อมูลเชื้อโรค ที่รวบรวมข้อมูลสำคัญ เช่น ข้อมูลความไวและการดื้อต่อยาต้านจุลชีพ ข้อมูลพันธุกรรมของเชื้อโรคติดต่อ รวมทั้งปรับปรุงระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างห้องปฏิบัติการเครือข่าย ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และทันเหตุการณ์โดยผ่านทางอินเทอร์เน็ต
3.11 จัดให้มีเครือข่ายของศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่มีประสบการณ์สูงในการตรวจวินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการของกลุ่มโรคต่างๆ

กลยุทธ์ที่ 4  พัฒนาระบบการวินิจฉัย ดูแลรักษาพยาบาล และควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่ž  มาตรการและแนวทางการดำเนินการ
4.1 ส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโรงพยาบาลระดับต่างๆ ให้มีขีดความสามารถในการตรวจวินิจฉัย ดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดต่ออุบัติใหม่
4.2 จัดระบบรองรับการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานการณ์ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ และจัดซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ
4.3 พัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ในด้านการวินิจฉัยโรค และการดูแลรักษาพยาบาล และการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในสถานพยาบาล
4.4 พัฒนาระบบเครือข่าย การวินิจฉัยโรค การดูแลรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในสถานพยาบาลทั้งในภาครัฐและเอกชน และในชุมชน รวมถึงระบบการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่
4.5 เสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการส่งต่อผู้ป่วย และการสำรองทรัพยากรที่จำเป็น
4.6 จัดทำคู่มือ แนวทางการเตรียมความพร้อมระดับชาติ ด้านการวินิจฉัยโรค การดูแลรักษาพยาบาล การป้องกัน และการควบคุมการติดเชื้อ และฝึกซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

กลยุทธ์ที่ 5 เสริมสร้างความเข้มแข็งของการสอบสวน และควบคุมโรคเชิงบูรณาการž มาตรการและแนวทางการดำเนินการ
5.1 พัฒนากลไกการประสานความร่วมมือระหว่างภาคส่วนสาธารณสุข ปศุสัตว์ สุขภาพสัตว์ป่า สิ่งแวดล้อม และภาคส่วนอื่นที่เกี่ยวข้อง ในการสอบสวนและควบคุมโรคติดต่อ
5.2 พัฒนาศักยภาพของบุคลากรในการสอบสวน และควบคุมโรคติดต่อทั้งในภาค    สุขภาพสัตว์และสาธารณสุข ทั้งในภาครัฐและเอกชน ทั้งในระดับพื้นที่ และระดับประเทศ
5.3 สนับสนุนการสอบสวน และควบคุมโรคติดเชื้อ ทั้งในชุมชน สถานพยาบาล และห้องปฏิบัติการ
5.4 ปรับปรุงระบบการแยกผู้ป่วย (Isolation) และการแยกกัก (Quarantine) ผู้สัมผัสโรค
5.5 พัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูล ระหว่างประเทศในการเตรียมความพร้อมป้องกัน และควบคุมโรคติดต่ออุบัติใหม่
5.6 ส่งเสริมการประสานความร่วมมือระหว่างภาคีเครือข่าย ในการควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปรับปรุงสุขาภิบาลทั้งในเขตเมืองและชนบท
5.7 ดำเนินการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินด้านโรคติดต่ออุบัติใหม่อย่างบูรณาการ ระหว่างภาคสาธารณสุข ปศุสัตว์ สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม